File size: 6,733 Bytes
61287ab
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
Book,Page,LineNumber,Text
08,0067,001,เฉลย  ประโยค  ป. ธ. ๔
08,0067,002,แปล  มคธเป็นไทย
08,0067,003,๑.  นัยแห่งอรรถกถามหาปรินิพพานสูตรว่า  บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยในพุทธวจนะนั้น
08,0067,004,(ดังต่อไปนี้)  ปฏิปทาที่เป็นส่วนเบื้องต้น  ซึ่งเป็นธรรมอันสมควรแก่โลกุตรธรรม  ๙  อย่าง  ชื่อว่า  ธรรมา  
08,0067,005,นุธรรมปฏิปทา ฯ  ปฏิปทาที่เป็นส่วนเบื้องต้นนั้น  โดยความได้แก่  พระบัญญัติทางศีลและอาจาระ
08,0067,006,และการสมาทานธุดงค์  คือ  สัมมาปฏิปทาจนถึงโคตรภูญาณมาเทียว ฯ  ปฏิปทาที่เป็นส่วนเบื้อง
08,0067,007,ต้นนั่นแหละ  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า  สามีจิ  เพราะเป็นปฏิปทาที่สมควร ฯ  ผู้ใดปฏิบัติประพฤติ
08,0067,008,ยังปฏิปทาที่เป็นส่วนเบื้องต้นนั้นให้บริบูรณ์  ผู้นั้น  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่า  เป็นผู้ปฏิบัติธรรม
08,0067,009,สมควรแก่ธรรม  ปฏิบัติชอบยิ่ง  มีปกติประพฤติตามธรรม ฯ  เพราะฉะนั้น  บรรพชิตผู้ตั้งอยู่ในอคาร
08,0067,010,วะ  ๖  ละเมิดพระบัญญัติ  เลี้ยงชีวิตด้วยการแสวงหาที่ไม่สมควร  ไม่ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควร
08,0067,011,แก่ธรรม ฯ  บรรพชิตไม่ล่วงละเมิดสิกขาบทที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้แก่ตนทุกข้อนั้นแม้เพียงเล็ก
08,0067,012,น้อย  เลี้ยงชีพโดยธรรม  ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ฯ  ฝ่ายคฤหัสถ์กระทำเวร  ๕  และ
08,0067,013,อกุศลกรรมบถ  ๑๐  ไม่ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ฯ  ส่วนผู้ใดเป็นผู้มีปกติกระทำให้
08,0067,014,บริบูรณ์ในสรณะและศีล  รักษาอุโบสถเดือนละ  ๘  ครั้งให้ทาน  กระทำการบูชาด้วยของหอมและพวง
08,0067,015,ดอกไม้  บำรุงพ่อแม่  และสมณพราหมณ์ผู้ทรงธรรม  ผู้นี้  ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ฯ
08,0067,016,ก็พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเมื่อจะตรัสว่า  ด้วยการบูชาอย่างยิ่ง  ชื่อว่าทรงแสดงการอธิบาย  ความนี้ว่า
08,0067,017,ธรรมดาว่า  การบูชาที่ปราศจากอามิส  (ปฏิบัติบูชา)  อาจดำรงพระศาสนาของเราไว้ได้  ด้วยว่าบริษัททั้ง
08,0067,018,๔  นี้  จักบูชาเราด้วยปฏิบัติบูชานี้  ตราบใด  ศาสนาของเราจักรุ่งเรือง  เหมือนพระจันทร์เพ็ญท่ากลาง
08,0067,019,ฟ้า  ตราบนั้น ฯ
08,0067,020,๒  อนึ่ง  พระอรรถกถาจารย์กล่าวไว้ในอรรถกถาทั้งหลายวา  จีวร  ภิกษุต้องพิจารณาทุก
08,0067,021,ขณะที่ใช้สอย  บิณฑบาตต้องพิจารณาทุกคำกลืน  เสนาสนะต้องพิจารณาทุกขณะที่ใช้สอย ฯ
08,0067,022,พระฎีกาจารย์ท่านกล่าวไว้ในฎีกาวิสุทธิมรรคว่า  จีวรภิกษุต้องพิจารณาทุกขณะที่เปลื้องจาก
08,0067,023,กายแล้ว  (นำกลับมา)  ทุกขณะที่ใช้สอย  เสนาสนะภิกษุต้องพิจารณาทุกขณะที่ใช้สอย  คือ  ทุกขณะที่
08,0067,024,เข้าไป ฯ  ส่วนในอนุฎีกาวิมติวิโนทนีแห่งรูปิยสิกขาบท  ท่านกล่าวไว้ว่า  บทว่า  บริโภค  ได้แก่  ทุกขณะ
08,0067,025,ที่เปลื้องจากกายแล้วใช้สอย ฯ  บทว่า  บริโภค คือ  ในขณะที่เข้าไปในภายในแต่ชายคา  และในขณะ
08,0067,026,ที่นั่งและนอน ฯ
08,0067,027,ถ้าภิกษุไม่สามารถพิจารณาในกาลบริโภคได้  ในกาลภายหลังจากการบริโภค  พึงพิจารณา
08,0067,028,แม้ครั้งเดียวก็ได้ด้วยอตีตปัจจเวกขณะว่า  วันนี้เรามิได้พิจารณา  ได้ใช้สอยจีวรใดแล้ว  ดังนี้เป็นต้น ฯ