Book,Page,LineNumber,Text 42,0014,001,จิตเข้าด้วยเป็น ๑ จึงรวมเป็นทางเกิด ๖. 42,0014,002,๒๔๗๙ 42,0014,003,ถ. สมุฏฐานแห่งอาบัติทั้งมวลโดยตรงคืออะไรบ้าง ? จงแถลง 42,0014,004,อาบัติเป็นอุทาหรณ์ด้วย. 42,0014,005,ต. สมุฏฐานแห่งอาบัติทั้งมวลโดยตรง คือลำพังกาย ๑ ลำพัง 42,0014,006,วาจา ๑ กายกับจิต ๑. วาจากับจิต ๑. ที่ ๑ เช่นอาบัติปาจิตตีย์ 42,0014,007,เพราะดื่มน้ำเมา แม้ไม่ได้มีเจตนา ดื่มเข้าไปก็ต้องอาบัติ. ที่ ๒ เช่น 42,0014,008,อาบัติปาจิตตีย์ เพราะสอนธรรมแก่อนุปสัมบัน แม้ระวังอยู่ แต่พลั้ง 42,0014,009,ว่าพร้อมกันเข้าก็ต้องอาบัติ. ที่ ๓ เช่นปาราชิก เพราะทำโจรกรรม 42,0014,010,ด้วยตนเอง. ที่ ๔ เช่นปาราชิก เพราะสั่งให้เขาทำโจรกรรมด้วยวาจา. 42,0014,011,ในบาลีท่านกล่าวไว้อีก ๒ คือ กายกับวาจา ๑ กายกับวาจาเติมจิตเข้า 42,0014,012,ด้วย ๑. กายกับกายวาจานั้น เป็นสมุฏฐานของอาบัติเกิดทางกายก็ได้ เช่น 42,0014,013,บริโภคอาหารในเวลาวิกาล ทางวาจาก็ได้ เช่นสอนธรรมแก่อนุปสัมบัน 42,0014,014,ว่าพร้อมกัน. กายกับวาจาเติมจิตนั้น อาบัติเกิดทางกายกับจิตก็ได้ 42,0014,015,วาจากับจิตก็ได้ พึงทราบอุทาหรณ์โดยที่กล่าวแล้ว. 42,0014,016,๑๐/๑๑/๒๔๖๑ 42,0014,017,ถ. ใจเป็นมูลแห่งความทำดีทำเสียอย่างสำคัญมิใช่หรือ ? เหตุไร 42,0014,018,พระบัญญัติบางข้อแม้ไม่เกี่ยวด้วยใจก็เป็นโทษแก่ผู้ละเมิด หรือความ 42,0014,019,จริงเป็นอย่างไร ? 42,0014,020,ต. ใจเป็นสำคัญจริง (แต่เป็นส่วนสำคัญตัว) ส่วนกายวาจา 42,0014,021,เป็นสำคัญสำหรับหมู่ด้วย เพราะฉะนั้น เมื่อทรงเห็นว่าความประพฤติ