File size: 4,401 Bytes
3c90236
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
Book,Page,LineNumber,Text
27,0012,001,ผู้ใดมีปกติไม่เห็นพระอริยะเจ้าเหล่านั้นในบัดนี้ และไม่ทำความดี   
27,0012,002,ในการเห็น    ผู้นั้นพึงทราบว่าเป็นผู้ไม่เห็นพระอริยะเจ้า    และผู้ไม่เห็น
27,0012,003,พระอริยะเจ้านั้นมี  ๒  จำพวก  คือผู้ไม่เห็นด้วยจักษุพวกหนึ่ง  ผู้ไม่เห็น
27,0012,004,ด้วยญาณพวกหนึ่ง ใน ๒ พวกนั้น ผู้ไม่เห็นด้วยญาณท่านประสงค์เอา
27,0012,005,ในที่นี้.  แม้ผู้ที่เห็นพระอริยะเจ้าด้วยมังสจักษุ  หรือด้วยทิพยจักษุ  ก็ชื่อว่า
27,0012,006,เป็นอันไม่เห็นอยู่นั่นเอง   เพราะถือเอาเพียงสี   (รูป)   แห่งจักษุเหล่านั้น
27,0012,007,ไม่ใช่ถือเอาโดยเป็นอารมณ์แห่งอริยปัญญา     แม้สัตว์เดียรัจฉาน     มี
27,0012,008,สุนัขบ้านและสุนัขจิ้งจอกเป็นต้น   ย่อมเห็นพระอริยเจ้าด้วยจักษุ   และ
27,0012,009,สัตว์เหล่านั้นจะชื่อว่าไม่เห็นพระอริยเจ้าก็หามิได้
27,0012,010,<H2>ในข้อนั้นมีเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์</H2>
27,0012,011,เล่ากันมาว่า  อุปัฏฐากของพระเถระผู้ขีณาสพ ผู้อยู่ ณ  จิตรลดา-
27,0012,012,บรรพต    เป็นผู้บวชเมื่อแก่    วันหนึ่งท่านเที่ยวบิณฑบาตกับพระเถระ
27,0012,013,ถือบาตรและจีวรของพระเถระเดินไปข้างหลังถามพระเถระว่า
27,0012,014,ท่านขอรับ     ขึ้นชื่อว่าพระอริยเจ้าทั้งหลายเป็นเช่นไร.      พระเถระ
27,0012,015,ตอบว่า     บุคคลบางตนในโลกนี้เป็นคนแก่     ถือบาตรและจีวรของ
27,0012,016,พระอริยะทั้งหลาย  ทำวัตรปฏิบัติ  แม้เที่ยวไปด้วยกัน  ก็ไม่รู้จักพระอริยะ
27,0012,017,ผู้มีอายุ  พระอริยะทั้งหลายรู้ได้ยากอย่างนี้.  แม้เมื่อท่านกล่าวอย่างนั้น
27,0012,018,ท่านก็ยังไม่รู้อยู่นั้นเอง   เพราะฉะนั้น การเห็นด้วยจักษุและการเห็น
27,0012,019,ด้วยญาณ   (ปัญญา)   ก็ชื่อว่าเห็น   เหมือนอย่างที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
27,0012,020,ตรัสไว้ว่า   ดูก่อน   วักกลิ   ประโยชน์อะไรด้วยกายเน่าที่ท่านเห็นอยู่นี้.
27,0012,021,<B>ผู้ใดแลเห็นธรรม   ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา.   ผู้ใดเห็นเรา   ผู้นั้นชื่อว่าเห็นธรรม.
27,0012,022,เพราะฉะนั้น     แม้ผู้ที่เห็นด้วยจักษุไม่เห็นอนิจจลักษณะเป็นต้นที่</B>